|
แมลงศัตรูกุหลาบ
|
|
|
นอกจากโรคแล้วศัตรูกุหลาบที่สำคัญอีกอย่างก็คือแมลง
ซึ่งผู้ปลูกกุหลาบพบบ่อยมากและอาจเคยชินมากกว่าโรค
เนื่องจากการทำลายของแมลงมองเห็นได้ชัด แมลงที่เป็นปัญหารบกวนกุหลาบเช่น
ด้วงปีกแข็ง (Rose beetle)
มีทั้งชนิดที่มีลำตัวสีดำและลำตัวสีน้ำตาล เป็นแมลงกัดใบ โดยจะจับอยู่ตามใต้ใบและกัดกินใบเป็นอาหาร หากินเวลากลางคืนส่วนกลางวันจะหลบอยู่ตามใต้ดินหรือกอหญ้าและแพร่พันธุ์บริเวณนั้น ตัวอ่อนจะอาศัยกัดกินรากหญ้าเป็นอาหาร ป้องกันและกำจัดได้ด้วยการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงเช่น เซฟวินหรือคอนเดนทุกๆสัปดาห์
เพลี้ยแป้ง (Mealy bug)
เป็นแมลงปากดูด เคลื่อนที่ช้า อาศัยมดเป็นพาหนะ เกาะและกัดกินใบอ่อน ทำให้ใบหงิกงอ ลักษณะลำตัวมีปุยสีขาวคลุมอยู่และปุยนี้มีคุณสมบัติเป็นมันไม่จับน้ำ การฉีดพ่นน้ำแรงๆเพื่อให้เพลี้ยหลุดออกเป็นวิธีหนึ่งในการป้องกันและกำจัด ถ้าต้องใช้สารเคมีอาจพ่นด้วยมาลาไธออน โดยต้องผสมยาเคลือบใบลงไปด้วย
เพลี้ยไฟ (Thrips)
เป็นแมลงปากดูดขนาดเล็กมาก มีสีเทาจนถึงสีดำ ตัวอ่อนจะมีสีขาวนวล ชอบอาศัยอยู่ตามซอกกลีบ และชอบดูดน้ำเลี้ยงจากดอกตูม ดอกบาน ยอดอ่อน และใบ มักเกิดกับกุหลาบที่มีสีอ่อนๆ ทำให้ดอกไม่บานหรือบานไม่ปกติ กลีบดอกที่ถูกเพลี้ยไฟทำลายมีอาการลายด่างสีขาว ควรระมัดระวังโดยเฉพาะช่วงที่มีอากาศแห้ง ป้องกันและกำจัดโดยการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงก่อนที่ดอกตูมจะบาน หากมีการทำลายเกิดขึ้นแล้วให้เด็ดดอกที่เสียหายทิ้งและฉีดพ่นยาฆ่าแมลง
เพลี้ยหอย
เป็นแมลงปากดูดที่กำจัดยาก มักเกาะทำลายโดยดูดน้ำเลี้ยงจากลำต้น จะสังเกตเห็นเป็นจุดสีน้ำตาลอยู่บนกิ่งของกุหลาบ เพลี้ยหอยนี้มีลักษณะพิเศษ คือ ตัวของมันจะมีเปลือกหุ้มหนาเป็นรูปครึ่งวงกลม สีน้ำตาล ทำให้ยาฆ่าแมลงซึมเข้าถึงตัวได้ยาก การป้องกันและกำจัดที่ได้ผลดีก็คือ ใช้น้ำมันทาหรือฉีดพ่นเคลือบตัวมันไว้ ทำให้เพลี้ยไม่มีทางหายใจ และตายในที่สุด แต่เมื่อเพลี้ยตายแล้วจะไม่หลุดจากลำต้นจะยังติดอยู่ที่เดิม |
|
|
เพลี้ยอ่อน (Aphids)
เป็นแมลงปากดูด ลำตัวค่อนข้างใส ยาวประมาณ 1/8 นิ้ว สีเขียวหรือสีน้ำตาล หากินเป็นกลุ่ม โดยดูดน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน ยอดอ่อน ทำให้ใบหงิกงอ เพลี้ยอ่อนจะขับถ่ายออกมาทำให้เกิดคราบสีดำบนใบ ซึ่งสิ่งขับถ่ายของเพลี้ยอ่อนนี้เป็นอาหาร ของมด ดังนั้นมดจึงกลายเป็นพาหนะพาเพลี้ยอ่อนเคลื่อนที่ไป ป้องกันและกำจัดโดยการใช้ยาฆ่าแมลงชนิดดูดซึม เช่นแอนดริน ฉีดพ่น
หนอนกินใบ
เกิดจากหนอนผีเสื้อ กลางคืนหลายชนิด วางไข่ตามใต้ใบ ไข่จะมีลักษณะเป็นแพคล้ายฟองน้ำ เมื่อฟักออกจากไข่ตัวจะมีสีเขียวและกัดกินใบที่เกาะอยู่ โดยจะกินเนื้อใบด้านล่างเท่านั้น จนใบที่ถูกกัดกินมีลักษณะโปร่งใส หรือเป็นรูแหว่ง ป้องกันและกำจัดโดยการฉีดพ่นด้วยยา Bacillus thuringiensis ที่ทำลายเฉพาะหนอนผีเสื้อแต่ไม่เป็น อันตรายต่อพืชและสัตว์อื่น |
หนอนเจาะดอก
ตัวผีเสื้อจะเข้าไป วางไข่ บนกลีบดอกด้านนอก และเมื่อไข่ฟักเป็นตัว หนอนจะเข้าเจาะกัดกินทำลายดอกเสียหาย ทำให้กลีบดอกเป็นแผล เป็นรู ดอกแคระแกรนเสียรูปทรง
หากพบการระบาดของหนอนในปริมาณที่ไม่มาก ให้ใช้วิธีบี้ให้ตายหรือจับหนอนออกจากต้นแล้วนำไปทำลาย ให้ห่างจากแปลงปลูกหรือกระถางปลูก หากมีการระบาดมากให้ฉีดพ่นยาฆ่าแมลงเช่น
ดริลดริน ฟอสดริน
หนอนเจาะต้น
เกิดจากตัวอ่อนของผีเสื้อหรือตัวต่อ แตน เป็นหนอนสีขาวหรือเหลืองยาวประมาณ 1 นิ้วเกาะอยู่ตามลำต้น หนอนนี้จะเจาะเข้าไปในลำต้นหรือกิ่งที่ถูกตัดเพื่อเกาะกินไส้และบริเวณรอยต่อระหว่างกิ่งแห้งและกิ่งดี ทำให้กิ่ง และลำต้นเหี่ยว ที่ลำต้นจะมีลอยนูน โป่งยาวประมาณ 1 นิ้ว
วิธีป้องกันและกำจัด ตัดกิ่งที่เสียหายทิ้งโดยตัดให้ต่ำกว่ารอยนูน โป่ง เพื่อให้แน่ใจว่าตัดเอาหนอนทิ้งไปแล้ว เพื่อเป็นการป้องกันหนอนเจาะต้นหลังจากตัดกิ่งแล้วให้อาบด้วย น้ำยาเคลือบมันที่ปลายกิ่ง
ไรแดง (Spider mite)
เป็นแมงมุมชนิดหนึ่ง ขนาดเล็กมากจนมองเห็นได้ยาก มีทั้งพวกที่มีสีแดง ดำ เหลืองและเขียว มักเกาะอยู่ใต้ใบคอยดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้ใบแห้ง เหลืองและร่วง ป้องกันและกำจัดได้โดยการรดน้ำด้วยวิธีฉีดพ่นน้ำแรงๆช่วยกำจัดไรแดงในระยะแรกได้ ฉีดพ่นด้วยยาฆ่าแมลงเช่นยาโบรพาร์ไจน์ ได้ทุกๆ 15 วัน พยายามเปลี่ยนยาเนื่องจากถ้าใช้ยาเดิมไรแดงจะสามารถต้านทานฤทธิ์ยาได้ ไรแดงแพร่ขยายพันธุ์ุ์ุได้เร็วภายในเวลาไม่กี่วันจึงควรฉีดพ่นยาบ่อยๆน้ำยาเคลือบมันที่ปลายกิ่ง










.jpg)












ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น